ตบลูกชาย ลีน่า จัง หัวขะมำ เก่ง การุณ โทรเคลียร์ตำรวจ

อ้างเป็น ผกก. ตบลูกชาย “ลีน่า จังจรรจา” หัวคะมำ ตำรวจรับแจ้งไปถึงได้ยินกำลังอ้างตัวเป็น ผกก.ยังไม่กล้า เดินหนีไปดื้อๆ แถมกลับไปจับลูกชายลีน่าอีก แต่ระหว่างเป็นคดีความอยู่บนโรงพัก “เก่ง การุณ” โทรศัพท์ขอเคลียร์ไม่ให้ตำรวจดำเนินคดีคู่กรณี แต่ลีน่าไม่ยอม เลยต้องหน้าม้านกลับไป

4 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 17.00 น. จ.ส.ต.มนัส จีรัง ผบ.หมู่ ป. ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ สน.สามเสน รับแจ้งให้ไประงวับเหตุทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันที่บริเวณร้านแมคโดนัลด์ ฝั่งนตรงข้ามโรงเรียนเซนต์คาเบรียล แขวงสามเสน เขตดุสิต กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายวิชชู แสงพรศรีอรุณ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120/112 ถนนราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. ลูกชายนางลีน่า จังจรรจา อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และส.ว.หลายสมัย ในสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยถูกทำร้ายเป็นผื่นแดง นอกจากนี้ยังพบคู่กรณี ทราบภายหลังชื่อ นายชัยรัตน์ เชิดชูสกุลชัย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 ซอยลาดพร้าว 64 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จ.ส.ต.มนัส จึงเชิญตัวทั้งคู่ไปพบ ร.ต.ท.สมชาย เชาวนะ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.สามเสน ทำการสอบปากคำ

จากการสอบปากคำ นายวิชชูให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาขายการ์ดเกมยี่ห้อยูกิโอ ที่ร้านแมคโดนัลด์ดังกล่าว ระหว่างนั้นมีนักเรียนซึ่งเป็นลูกค้ามารุมซื้อสินค้าหลายคน จากนั้นมีเด็กคนหนึ่งเดินมาบอกตนว่าพ่อต้องการพบ ตนจึงเดินไปหาที่หน้าประตูก็พบนายชัยรัตน์ยืนรออยู่

“เมื่อผมไปที่หน้าร้าน นายชัยรัตน์ถามผมว่ามาขายอะไรให้ลูกเขา ลูกสั่งซื้ออะไรไว้หรือเปล่า ผมก็บอกว่าไม่ได้สั่งซื้ออะไรไว้ จากนั้นนายชัยรัตน์บอกว่าเอาเบอร์มึงมา ผมก็ถามไปว่าเอาไปทำอะไร นายชัยรัตน์ไม่ตอบ กลับบอกว่าเอาบัตรประชาชนมึงมา ผมก็เลยบอกว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ พร้อมทั้งเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเดิมภายในร้านเพื่อดูแลลูกค้าต่อ แต่นายชัยรัตน์เดินตามมาที่โต๊ะ พร้อมกระชากไหล่ผมจนตกจากเก้าอี้ และถามผมว่ามึงกวนตีนกูใช่ไหม กูไม่มีสิทธิ์จะเอาเบอร์กับบัตรประชาชนมึงใช่ไหม พร้อมกับกำมือตบหน้าผมจนล้มลง แถมยังกระชากคอเสื้อผมขึ้นมาตบอีกครั้ง ผมจึงถามไปว่าทำไมต้องทำกับผมถึงขนาดนี้ครับ

แต่นายชัยรัตน์กลับเอาถาดพลาสติกของร้านฟาดศีรษะผมอีก 2 ครั้ง แล้วขู่ว่าทำไมกูจะทำ จากนั้น นายชัยรัตน์กระชากผมไปพร้อมกับบอกว่า มึงออกไปข้างนอกกับกู แล้วก็ผลักผมไปติดราวเหล็กข้างนอก แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะให้ตำรวจมารับตัว สักพักผมก็เห็นตำรวจมา 2 นายมา ผมจึงโทรศัพท์หาแม่ ซึ่งนายชัยรัตน์หยิบกระดาษแข็งขึ้นมา 1 ใบคล้ายนามบัตร มีตราครุฑ กับรูปของเขาให้ผมดู แล้วพูดว่ามึงดูเอาไว้ ดูตำแหน่งของกู พอผมจะสังเกตดูว่าตำแหน่งอะไร ก็รีบดึงบัตรกลับไป พร้อมกับตะโกนใส่ผมว่ากูเป็นผู้กำกับรุ่น 38 มึงจะโทร.ไปหาใครก็ไม่มีใครใหญ่กว่ากูแน่นอน” นายวิชชูให้การ

นายวิชชูให้การต่อว่า ขณะนั้นเมื่อตำรวจสายตรวจมาถึง พอดีกับที่นายชัยรัตน์อ้างตัวว่าเป็นผู้กำกับ ตำรวจทั้ง 2 นายก็เดินหนีหายไป และพาตำรวจอีกคนกลับมา นายชัยรัตน์จึงบอกให้ตำรวจจับตนไป โดยบอกว่าหลอกขายของเด็ก ซึ่งตนอธิบายไปว่าจะจับข้อหาอะไร เขาต่างหากที่ทำร้ายร่างกายตน อีกทั้งตนเป็นตัวแทนจำหน่ายการ์ดเกมอย่างถูกต้อง แต่ตำรวจพวกนั้นกับบอกว่า “ไม่เห็น ไม่มีหลักฐานทำร้ายร่างกาย” เมื่อเป็นเช่นนั้น ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้มารดารีบเดินทางมายังโรงพัก

ต่อมาขณะที่ ร.ต.ท.สมชาย กำลังสอบปากคำนายวิชชูอยู่นั้น ปรากฏว่ามีโทรศัพท์ขอสายพนักงานสอบสวน อ้างว่าเป็นนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จะขอเจรจาเรื่องคดีความ แต่ ร.ต.ท.สมชายได้โอนสายให้นางลีน่า จังจรรจา ซึ่งเดินทางมาถึงแล้วเป็นผู้เจรจาแทน โดยนายการุณได้ขอไม่ให้ดำเนินคดีกับนายชัยรัตน์ แต่นางลีน่าปฏิเสธไป พร้อมทั้งยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และให้นายชัยรัตน์มาขอโทษลูกชายตนต่อหน้าสื่อมวลชน

หลังจากที่นายการุณวางสายไป นางลีน่ากล่าวว่า นายการุณได้ขอให้ตนไม่เอาเรื่องกับนายชัยรัตน์ เนื่องจากเห็นว่า ตนกับนายการุณรู้จักกันมาก่อนสมัยบเคยเคลื่อนไหวให้เอารัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้ด้วยกัน แต่ตนได้ปฏิเสธไป โดยบอกว่าจะต้องให้นายชัยรัตน์มารขอโทษลูกชายตนต่อหน้าสื่อมวลชน แต่นายการุณกลับบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่ได้

“ดิฉันจะจี้ตำรวจให้ดำเนินคดีต่อนายชัยรัตน์ ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้กำกับรุ่น 38 อีกทั้งจะดำเนินคดีกับตำรวจ 2 นาย ที่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุแล้ว แต่พอได้ยินนายชัยรัตน์พูดว่าเป็นผู้กำกับรุ่น 38 กลับเดินหนีหายไป ทั้งยังมาจับลูกชายดิฉัน แทนที่จะจับนายชัยรัตน์มาดำเนินคดี” นางลีน่ากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พนักงานสอบสวนได้แยกสอบปากคำคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายอยู่นั้น นายชัยรัตน์ได้ขอตัวตำรวจกลับไปส่งลูกที่บ้าน จากนั้นก็ไม่กลับมาอีก ปล่อยให้ฝ่ายนางลีน่าอยู่ที่โรงพักเพียงฝ่ายเดียว

ด้าน พ.ต.ท.ชยุธ มารยาทตร์ รอง ผกก.สส.สน.สามเสน กล่าวว่า คดีนี้ พ.ต.ท.เทิดศักดิ์ ทักษีมา พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.สามเสน ได้รับเรื่องเป็นคดีความแล้ว โดยทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหานายชัยรัตน์ 3 ข้อหา ด้วยกัน ประกอบด้วยทำร้ายร่างกาย ,กักขังหน่วงเหนี่ยว และหมิ่นประมาท

พ.ต.ท.ชยุธ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนเรียกคู่กรณีทั้งคู่มาสอบปากคำเพิ่มเติมและจะ ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยจะต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน สำหรับเรื่องที่ว่าขณะพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำผู้เสียหายอยู่ แล้วนายการุณ โหสกุล โทรศัพท์เข้ามาขอเคลียร์หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ส่วนเรื่องที่นายชัยรัตน์ อ้างตัวว่าเป็น ผกก.รุ่น 38 นั้น น่าจะเป็นการเข้าใจผิดกันมากกว่า

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: