ศาลยกฟ้องมสธ.ไม่ผิดเพิกถอนสภาพการุณ โหสกุล

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ชี้สภามหาวิทยาลัย มสธ.เพิกถอนสภาพนักศึกษา-ยกเลิกวุฒิปริญญาตรี ไม่ผิด เหตุตรวจพบใช้วุฒิปลอมสมัครเรียน

ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ โดยนายชวลิต ลาภผล ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนพิพากษายกฟ้อง คดีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช( มสธ.) และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องเป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีมติยกอุทธรณ์ นายการุณ ที่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ได้ถอนสภาพการเป็นผู้สำเร็จการศึกษา และยกเลิกปริญญารัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิตที่ออกให้นายการุณ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.43 เนื่องจากพบว่านายการุณใช้วุฒิการศึกษาปลอมในการสมัครเข้าศึกษาระดับอุดม ศึกษา

โดยศาลพิเคราะห์ แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันที่ 30 มิ.ย.2542 นายการุณ ผู้ฟ้องสมัครเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการ โดยใช้หลักฐานระเบียนแสดงผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้น สูง(ปวส.) สาขาการบัญชี จากโรงเรียนเทคนิคธุรกิจบัณฑิต นครศรีธรรมราช ที่ระบุว่าผู้ฟ้องจบการศึกษาของปีการศึกษาปี 2540 เมื่อวันที่ 30 เม.ย.42 แล้วต่อมาปี 2543 ผู้ฟ้อง ได้ใช้หลักฐานระเบียนแสดงผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้น สูง(ปวส.) สาขาวิชาการตลาดจากโรงเรียนธนกิจพณิชยการกรุงเทพ ที่ระบุว่าผู้ฟ้องจบการศึกษาของปีการศึกษา 2529 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2531 มาสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีอีกในสาขาวิชาการวิทยาการจัดการ แขนงวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ โดยจบการศึกษาวันที่ 30 ต.ค.2543

ต่อมา สำนักทะเบียนและวัดผลของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ตรวจสอบหลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้ฟ้องแล้ว พบว่า สถานศึกษาดังกล่าวแจ้งว่า ผู้ฟ้องไม่ได้เป็นนักเรียน และไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้จบการศึกษาแต่อย่างใด ซึ่งหลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาถูกจัดทำขึ้นในภายหลัง จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องขาดคุณสมบัติรับการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้ถูกฟ้องจึงสั่งเพิกถอนสภาพการเป็นนักศึกษา และยกเลิกปริญญาบัตร การที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสองมีมติจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี คดียังไม่ถือว่าถึงที่สุด เนื่องจากตามกฎหมายคู่ความในคดียังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ ภายใน 30 วัน ซึ่งหากครบกำหนดแล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำ พิพากษาศาลปกครองชั้นต้น คดีจึงจะถือเป็นที่ยุติ

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: