แฉใบสั่งการุณ ถีบ ส.ส.รัฐยันด่าสุดหยาบ10นาที

แฉใบสั่งการุณ ถีบ ส.ส.รัฐยันด่าสุดหยาบ10นาที

พันธมิตรฟันธงมีใบสั่ง ถีบ เชื่อเกมม้าแลกขุน ข่มขวัญพันธมิตร – ปลุกแฟนคลับแม้วให้ฮึกเหิม การุณ ท้า สมเกียรติ เดิมพันเก้าอี้ ส.ส.แจ้งกลับฟ้องเท็จ พ่วงเอาผิด โกวิท ทำร้าย-ดูหมิ่น ด้าน นิพนธ์ แฉมี 2 ส.ส.พปช.บงการ ขณะที่ ม.ร.ว.กิติวัฒนา เป็นพยานยันไม่มีใครรุม การุณ ส่วนสภาตั้ง กก.สอบ ชี้โทษแค่ตักเตือน

แฉใบสั่งการุณถีบ ส.ส. ยันด่า แฉใบสั่งการุณถีบ ส.ส. ยันด่า

เก่ง - การุณ โหสกุลเหตุ ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายของส.ส.ที่เกิดขึ้นภายในห้องอาหารของรัฐสภา ทำให้รัฐสภาไทยเสื่อมเสีย ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามข้อเท็จจริงว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ เมื่อ นาย การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมท้าให้นำภาพวงจรปิดมาเปิดดู

วันที่3 เมษายน นายการุณ ให้สัมภาษณ์โดยย้ำว่าไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติล้านเปอร์เซ็นต์ ฝ่ายนั้นต่างหากที่ต้องมาขอโทษที่รุมทำร้ายตน ยืนยันว่าโดนทำร้าย ผลักตนติดฝาผนัง

นายการุณ ระบุว่าแม้นายสมเกียรติไปแจ้งความแล้วนั้น ตนก็ยินดี จะได้ฟ้องกลับด้วย เมื่อวันที่ 2 เมษายน ก็ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องในข้อหาทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาท ขอเรียนว่าเหตุการณ์ในวันนั้น หากทำจริงตามที่กล่าวหาก็พร้อมลาออก หากไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติ นายสมเกียรติจะลาออกหรือไม่ เพราะเรื่องนี้พิสูจน์ความจริงได้ ด้วยพยาน รปภ.รัฐสภา กล้องวงจรปิดของรัฐสภา

ส่วนที่ นายสมเกียรติ ไปตรวจร่างกาย แล้วพบว่ามีรอยถลอกจากการโดนเตะบริเวณหัวหน่าว นายการุณกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ทำ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าตนมีคัตเตอร์พกไปด้วยนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ใช่ช่างกลที่จะพกคัตเตอร์ แต่เป็นปากกาที่พกไว้เป็นประจำ

“วันนั้นอย่าว่าแต่คัตเตอร์เลย แม้แต่มีปืนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะในห้องอาหารนั้นมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 กว่าคน และตอนนั้น ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคนก็ใช้คำพูดไม่สุภาพกับผม เช่น มึง กู โดยเฉพาะนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็พูดจาไม่สุภาพกับผมก่อน บอกว่าถ้าอยู่ข้างนอกเดี๋ยวสวย ผมก็บอกไปว่าผมก็ใช้คำพูดแบบนั้นได้เหมือนกัน และวันนั้นนายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ผลักผมติดผนังด้วย” นายการุณ ระบุ

เมื่อ ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์รัฐสภาเสียหาย นายการุณกล่าวว่า นายสมเกียรติเล่นการเมืองนอกสภาก่อน เพราะไปร่วมแถลงข่าวกับพันธมิตร และขึ้นเวทีด่า ส.ส.ว่า เอี้ย รวมทั้งด่าผู้ที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

“ผมคิดว่า เสือควรเดินทางเสือ หมาควรเดินทางหมา และหมาไม่ควรมาเดินบนทางของเสือ ส่วนใครจะเป็นหมาหรือเสือนั้นก็คิดเอาเอง” นายการุณ กล่าว

จ้อน แจ้งจับ การุณ หมิ่น – ฟ้องแพ่ง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีที่นายการุณให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าใช้ถ้อยคำหยาบคาย มึง กู ด่าว่านายการุณว่า ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นขาวกับดำ ตรงกันข้ามกันทั้งหมด ตนพยายามจะเข้าไปเตือนให้นายการุณ ในฐานะที่เป็น ส.ส.รุ่นน้องให้ใจเย็นๆ แต่นายการุณพูดจาด้วยความรุนแรงกลับมา

นายอลงกรณ์ กล่าว ว่า ได้มอบหมายให้ทนายความรวบรวมหลักฐานเตรียมแจ้งความนายการุณ ทั้งข้อหาหมิ่นประมาท ในทางอาญา และการละเมิดทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ด้วยเหตุผลที่นายการุณกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายผู้อื่นทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อสาธารณะ โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อไป

ผมอยู่สภามา15 ปี เป็น ส.ส.เพชรบุรี เจอนักเลงมาก็มาก แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอนักเลงในสภา นายอลงกรณ์กล่าว

สมเกียรติ ชี้อันธพาลไม่ควรอยู่สภา

นายสมเกียรติพงษ์ ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายการุณยืนยันว่าไม่ได้พูดจาหยาบคายและไม่ได้ทำร้ายนายสม เกียรติว่า ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุมีประมาณ 20 คน ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเพียงนาทีเดียว แต่เกิดขึ้นประมาณ 10 กว่านาที และมีการปะทะกันหลายรอบ โดยรอบแรกเป็นการปะทะกันระหว่างนายการุณกับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน และนายโกวิท ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และรอบสุดท้ายถือถุงกระดาษมาไม่ทราบว่ามีอาวุธหรือไม่ เป็นการปะทะกับนายอลงกรณ์

ผมพูดจริงๆว่า อันธพาลและนักเลงไม่ควรอยู่ในรัฐสภา ถ้าประเทศเรามีศักดิ์ศรีจริง นายสมเกียรติ กล่าว

โกวิท อัด การุณ โกหก – ฟ้องกลับ

นายโกวิท ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ถูกนายการุณอ้างว่าทำร้ายร่างกายนายการุณด้วยการถีบ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำการดังกล่าว และระบุว่านายการุณโกหกที่สุดในโลก และภายใน 7 วันนี้ จะฟ้องกลับนายการุณในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.หากินในสภากรุงเทพมหานคร รวมถึงกรณีที่นายการุณด่าว่าเป็นน้อง และเป็น ส.ส.สอบตกหลายสมัย ทั้งนี้ หากกระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย คงไม่เอาตนไว้

นายโกวิท กล่าวถึงประเด็นที่กล่าวหานายการุณเรื่องปลอมวุฒิการศึกษาและทำร้ายร่างกาย ภรรยานายการุณว่า พูดไปด้วยอารมณ์ เพราะขณะนั้นถูกนายการุณด่าว่าด้วยคำหยาบคายก่อน แต่ตนก็พูดไปตามที่สื่อเสนอ และตามที่กระบวนการยุติธรรมพิจารณาออกมาแล้วว่านายการุณปลอมวุฒิการศึกษา จนทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสิทธิการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2548 ดังนั้น จึงอยากถามว่าใครที่โกหกกันแน่ ทั้งนี้อยากแนะนำให้นายการุณไปตรวจสุขภาพจิตด้วย

นิพนธ์เชื่อมี2 ส.ส.พปช.บงการ การุณ

นาย นิพนธ์บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวว่า เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีใบสั่งจากผู้ใหญ่บางคนในพรรคพลัง ประชาชน และเท่าที่ทราบมี ส.ส. 2 คนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็น ส.ส.ลพบุรี และ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 ที่สั่งให้นายการุณเข้ามาหาเรื่อง จนถึงทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ

“ผมมองว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ ส.ส.ระดับผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชาชน ที่มีวุฒิภาวะไม่สามารถแสดงออกได้ และใช้ให้ ส.ส.รุ่นน้องของพรรคออกมาแสดงแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม นายนิพนธ์กล่าว

คุณหญิงป้า ยันปชป.ไม่ได้รุมการุณ

ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะที่เกิดเรื่องนั่งรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อน ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ปรากฏว่ามีเสียงดังเอะอะโวยวายบริเวณด้านหลังที่ตนนั่ง ตอนแรกก็ไม่กล้าหันไปมอง เพราะกลัวจะถูกลูกหลง แต่เมื่อชำเลืองดูก็เห็น ส.ส.ตัวเล็กๆ ที่เป็นข่าว ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ไม่สามารถเอามาพูดต่อได้ และไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ส่วนจะไปทำร้ายอะไรหรือไม่ตนไม่เห็น แต่เขาใช้เวลาด่าอยู่นานประมาณ 10 นาที โดยที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดก็ยืนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย

ที่เขาอ้างว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปรุมทำร้ายคนตัวเล็กนั้นไม่ใช่เด็ดขาด จะไปรุมได้ยังไงในรัฐสภา พวกพรรคประชาธิปัตย์เขาอยู่กันเฉยๆ คงจะยังงงๆ มีแต่คนตัวเล็กที่ด่าเขาเสียงดังอยู่สัก 10 นาที แล้วนายชัย ชิดชอบ ก็เอาตัวไป ม.ร.ว.กิติวัฒนา กล่าว

สภาตั้งกก.7คน-สอบเสร็จใน 15 วัน

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทะเลาะวิวาท กล่าวว่า ได้เชิญวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน มาหารือเพื่อจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยจะมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วม ประมาณ 7 คน

พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางวิปฝ่ายค้านได้ทำหนังสือขออนุญาตตรวจสอบภาพโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งได้เซ็นอนุมัติไปแล้ว และแจ้งทางฝ่ายค้านว่าอย่านำภาพดังกล่าวออกเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนที่ประชุม จะเห็นสมควร คาดว่าจะใช้เวลาสอบสวน 15 วันจึงได้ข้อสรุป

ส่วนบทลง โทษผู้กระทำผิดนั้นพ.อ.อภิวันท์ตอบว่า หากมีข้อบังคับการประชุม หรือมีประมวลจริยธรรม จะมีบทลงโทษว่ากล่าวตักเตือน ส่วนคดีความนั้นก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

วิปรัฐบาลตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าว ว่า ที่ประชุมวิปมีมติตั้งคณะกรรมการ 4 คน ได้แก่ นายอุทัย มิ่งขวัญ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายพินิจ จันทรสมบูรณ์ และตน ให้ทำหน้าที่ติดตามผลสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่สภาผู้แทนราษฎร ตั้งขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลตรงข้ามกัน จึงต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน

นายสุขุมพงศ์ กล่าวอีกว่าบทลงโทษในกรณีนี้มีหลายระดับ ตั้งแต่การตำหนิโทษ การตักเตือน การงดให้ความชอบ หรือการดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ดี ขอยืนยันว่าพรรคจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน

พันธมิตรเชื่อมีใบสั่ง-ชี้เกมม้าแลกขุน

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า หลักฐานการทางแพทย์ยืนยันชัดเจนว่านายสมเกียรติโดนทำร้ายจริง รูปการณ์ความรุนแรงครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการไตร่ตรองและเตรียมการไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การบันดาลโทสะหรือความโกรธเคืองส่วนตัว เพราะนายการุณไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับนายสมเกียรติในสภา และไม่มีปัญหาส่วนตัวกันมาก่อน

“เป็นไปได้ว่างานนี้มีใบสั่งหรือไม่ นายการุณอาจถูกยั่วยุจากคนในพรรคให้โกรธเคือง จนกล้าแสดงพฤติกรรมป่าเถื่อนในสภาอันทรงเกียรติ เพราะทุกคนรู้จุดอ่อนและพฤติการณ์นายการุณเป็นอย่างดี คนในพรรคพลังประชาชนก็รู้ดีว่านายการุณนั้นไม่มีราคาอะไรในพรรค เป็นเพียงหมากเบี้ยทางการเมือง ที่ในที่สุดพรรคอาจขับออกจากพรรคหรือบีบให้นายการุณลาออก เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพรรคเอาไว้” นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวว่า นายการุณไม่มีอะไรจะเสีย งานนี้เป็นการเดินเกม “เอาเบี้ยมาแลกขุน” เพราะคนวางแผนรู้ดีว่านายสมเกียรติเป็นแกนนำพันธมิตร อาจส่งผลในทางจิตวิทยาคือข่มขวัญพันธมิตร หรือสร้างสถานการณ์เพื่อปลุกให้มวลชนคนรักทักษิณฮึกเหิมสะใจ และสุดท้าย ถ้าเรื่องนี้เป็นมวยล้มต้มคนดู หรือไม่มีความรับผิดชอบจากพรรคพลังประชาชน พันธมิตรจะไม่ยอมให้อำนาจป่าเถื่อนคุกคามพันธมิตรทั้งในและนอกสภาอีกต่อไป

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุพบไม่มีวงจรปิด

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวถึงเหตุวิวาทในสภาว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนควบคุมดูแล สั่งการเร่งรัดคดีนี้

ผบก.น.1 กล่าว ว่า กรณีนายการุณมาแจ้งความกลับนายสมเกียรติฐานแจ้งความเท็จนั้น ได้ทำเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้ออกหนังสือแจ้งเรื่องไปยังประธานสภา ผู้แทนราษฎรเป็นผู้ส่งตัวนายสมเกียรติมาพบพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างสมัยประชุมสภา ส่วนเรื่องการดำเนินการชี้ว่าใครถูกหรือผิดนั้น คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาแล้ว

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบในห้องอาหารของรัฐสภา ที่เป็นจุดเกิดเหตุและพบว่า ไม่มีกล้องวงจรปิดแต่ทราบว่ามีผู้บันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอภาพในโทรศัพท์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

Advertisements
Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: