ศาลยกฟ้องมสธ.ไม่ผิดเพิกถอนสภาพการุณ โหสกุล

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ชี้สภามหาวิทยาลัย มสธ.เพิกถอนสภาพนักศึกษา-ยกเลิกวุฒิปริญญาตรี ไม่ผิด เหตุตรวจพบใช้วุฒิปลอมสมัครเรียน

ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ โดยนายชวลิต ลาภผล ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนพิพากษายกฟ้อง คดีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช( มสธ.) และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องเป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีมติยกอุทธรณ์ นายการุณ ที่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ได้ถอนสภาพการเป็นผู้สำเร็จการศึกษา และยกเลิกปริญญารัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิตที่ออกให้นายการุณ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.43 เนื่องจากพบว่านายการุณใช้วุฒิการศึกษาปลอมในการสมัครเข้าศึกษาระดับอุดม ศึกษา

โดยศาลพิเคราะห์ แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันที่ 30 มิ.ย.2542 นายการุณ ผู้ฟ้องสมัครเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการ โดยใช้หลักฐานระเบียนแสดงผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้น สูง(ปวส.) สาขาการบัญชี จากโรงเรียนเทคนิคธุรกิจบัณฑิต นครศรีธรรมราช ที่ระบุว่าผู้ฟ้องจบการศึกษาของปีการศึกษาปี 2540 เมื่อวันที่ 30 เม.ย.42 แล้วต่อมาปี 2543 ผู้ฟ้อง ได้ใช้หลักฐานระเบียนแสดงผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้น สูง(ปวส.) สาขาวิชาการตลาดจากโรงเรียนธนกิจพณิชยการกรุงเทพ ที่ระบุว่าผู้ฟ้องจบการศึกษาของปีการศึกษา 2529 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2531 มาสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีอีกในสาขาวิชาการวิทยาการจัดการ แขนงวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ โดยจบการศึกษาวันที่ 30 ต.ค.2543

ต่อมา สำนักทะเบียนและวัดผลของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ตรวจสอบหลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้ฟ้องแล้ว พบว่า สถานศึกษาดังกล่าวแจ้งว่า ผู้ฟ้องไม่ได้เป็นนักเรียน และไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้จบการศึกษาแต่อย่างใด ซึ่งหลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาถูกจัดทำขึ้นในภายหลัง จึงส่งผลให้ผู้ฟ้องขาดคุณสมบัติรับการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้ถูกฟ้องจึงสั่งเพิกถอนสภาพการเป็นนักศึกษา และยกเลิกปริญญาบัตร การที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสองมีมติจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี คดียังไม่ถือว่าถึงที่สุด เนื่องจากตามกฎหมายคู่ความในคดียังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ ภายใน 30 วัน ซึ่งหากครบกำหนดแล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำ พิพากษาศาลปกครองชั้นต้น คดีจึงจะถือเป็นที่ยุติ

Advertisements

นัด’จตุพร-การุณ’รายงานตัวคดีก่อการร้าย9ส.ค.

ศาลอาญานัด”จตุพร-การุณ”รายงานตัวคดีผู้ก่อการร้ายรอบที่ 6 อีกในวันที่ 9 ส.ค.

ศาล อาญา ถ.รัชดา- เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และแกนนำกลุ่มนปช. พร้อมด้วยนายการุณ  โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเเพื่อไทย ได้เข้ารายงานมายังศาศาลอาญา เพื่อมารายงานตัวตามที่ศาลได้มีคำสั่งในชั้นฝากขัง ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันใช้ หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นความผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135 / 1 – 3 โดยศาลได้นัดให้ทั้งสอง รายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ในเวลา 09.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ.ได้ยื่นคำร้องฝากทั้งสองคนเป็นครั้งที่ ห้าแล้ว โดยคดีดังกล่าวตามกฎหมายสามารถให้ยื่นฝากขังได้จำนวน 7ครั้ง รวม 84 วัน

พ.ต.ท.แจ้งจับ”การุณ โหสกุล”ทำร้ายร่างกายในบ่อนไก่

พ.ต.ท.แจ้งจับ”การุณ โหสกุล”ทำร้ายร่างกายในบ่อนไก่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550 21:16:00

พ.ต.ท.กองปราบ แจ้งจับอดีต ผู้สมัคร สส. “การุณ โหสกุล” และพวก ทำร้ายร่างกายขณะกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในสนามชนไก่คลองหน้าได้รับบาด เจ็บ ชาวบ้าน-กรรมการสนามไก่ฯทำมึนอ้างไม่มีใครทำร้ายร่างกายแต่กุเรื่องขึ้นหวัง ไม่จ่ายเงินพนันที่ต้องเสียให้กับฝ่ายตรงข้ามมากถึงหลักแสน

กรุงเทพ ธุรกิจออนไลน์ : ปทุมธานี : – เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ส.ค. พ.ต.ท.ธรรมนูญ วัฒนะแสงประเสริฐ สว.เวร สอบสวน สภ.อ.ลำลูกกา จ.ปทุมาธานี รับแจ้งจากสนามชนไก่ คลองห้า หมู่ 14 ต.บึงคำพรอย อ.ลำลูกกา ว่า มีชายอ้างตัวเป็นตำรวจได้เข้ามาก่อกวนภายในสนาม ขอให้ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย ว่า เป็นชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หลังรับแจ้งจึงได้นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเวทย์ ตันสมบูรณ์ ผกก. สภ.อ. ลำลูกกา

ที่สนามชนไก่คลองห้า เนื้อที่ 3 ไร่ ปลูกสร้างแบบมีหลังคาชั้นเดียว ด้านล่างปล่อยโล่ง มีเวทีไก่ชนทั้งหมด 15 สังเวียน มีประชาชนอยุ่ในบ่อนดังกล่าวประมาณ 200 คน โดยเฉพาะที่บริเวณสังเวียนหมายเลข 1 ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำบ่อน และประชาชนจำนวนมากกำลังยืนล้อมสังเวียน ตำรวจจึงได้ฝ่าวงล้อมเข้าไปภายในพบว่า พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย รอง ผกก. 2 บก.ป. กำลังยืนโวยวายอยู่กลางสังเวียน ที่โหนกแก้มใต้ตาซ้ายมีบาดแผลเลือดไหลออกมา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงยืน ตำรวจจึงได้นำตัวออกมาจากวงล้อมดังกล่าว

พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย กล่าวว่า ตนเองได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาตรวจสอบเรื่องการลักลอบเล่นการพนัน ชนไก่จึงได้เดินทางมายังสนามชนไก่แห่งนี้ และแฝงตัวเข้าไปในสนาม เมื่อเข้าไปแล้วก็พบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันกันจริง รวมทั้งยังปล่อยให้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาในสนามด้วย ตนเองจึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการลงไปในสนามที่กำลังชนไก่กันอยู่จากนั้นก็อุ้มไก่ที่กำลังตีกันขึ้นมา เพื่อจะได้ยุติการเล่นการพนัน พร้อมทั้งโทรศัพท์เรียนลูกน้องจำนวน 3-4 คนเข้ามาจับกุม แต่กลายเป็นว่า เซียนพนักหลายคนไม่พอใจ และเข้ามารุมล้อมต่อว่าตนเองและทำร้ายร่างกายตน โดยมีนายการุณ โหสกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคไทยรักไทย เข้ามาต่อว่า โดยถามตนว่าเป็นตำรวจจริงรึป่าว และขอดูบัตร จากนั้นก็ใช้หัวโขกเข้ามาที่ใบหน้าของตนอย่างแรง และใช้มือทุบมาที่ท้องรวมทั้งตบหัวของตน พร้อมทั้งผลักอก จนตนเองล้มลงไป จากนั้นก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครเข้ามารุมล้อมและแตะต่อยตน จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ตนได้แจ้งข้อกล่าวหา กนายการุณ และพวกว่าทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

“ขณะที่ผมกำลังเจรจากับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในบ่อนดังกล่าวนั้น ได้มี ผุ้ชายซึ่งผมจำได้ว่าเป็น นาย การุณ โหสกุล หรือเสี่ยเก่ง อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตดอนเมือง พรรค ทรท. เข้ามากระชากคอเสื้อผม และได้ใช้ศรีษะโขกเข้าที่โหนกแก้มของผม จนแตกมีเลือดไหลและทำให้ผมไม่สามารถทรงตัวได้และได้ล้มลงไปนอนกับพื้น จากนั้นเสี่ยเก่งได้เดินตามเข้ามาและดึงตัวผมขึ้นจากพื้นและได้ใช้กำปั่นชก ต่อยที่ลำตัวและใบหน้าหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้ตอบโต้ ทั้งนี้เสี่ยเก่งยังได้กล่าวด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวอีกว่า น่าจะตัดหูทิ้ง หรือเก็บไปเลย หลังพูดจบเสี่ยเก่งและพวกก็ได้หลบหนีไปก่อนตำรวจท้องที่จะเดินทางมาถึง ” พ.ต.ท.บัญชา กล่าว

หลังการสอบสวนในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำ ตัว พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย ส่งรักษาตัวให้แพทย์ทำบาดแผลที่โรงพยาบาลลำลูกกา ก่อนจะเชิญตัวไปให้ปากตำต่อพนักงานสอบสวน โดย พ.ต.ท.บัญชา ยืนยันแจ้งความดำเนินคดีต่อนายการุณ โหสกุล ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ลงบันทึกไว้และจะได้เรียกคู่กรณีมาสอบสวนรับทราบข้อ กล่าวหาต่อไป

ด้าน นายนิกร พานิ่ม อายุ 55 ปี กรรมการประจำสังเวียน 1 เปิดเผยว่า พ.ต.ท.บัญชา ได้เข้ามาในบ่อนตั้งแต่เวลา 11.00 น. และได้เล่นการพนันได้กำไรไปเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท กระทั่งเมื่อถึงไก่คู่หลังนี้ พ.ต.ท.บัญชาได้เล่นต่อด้วยเงินจำนวนมาก เนื่องจากไก่ที่ พ.ต.ท.บัญชาเล่นนั้นในช่วงแลกเป็นต่ออยู่ แต่พอไก่ที่เล่นอยู่มีทีท่าว่าจะแพ้ พ.ต.ท.บัญชาก็ได้เดินเข้าไปอุ้มไก่ตัว และแสดงตัวว่าเป็นตำรวจพร้อมกับสั่งให้ทุกคนหยุดเล่น ชาวบ้านจึงไม่ยอมเนื่องจากสนามไก่คลองห้านั้น ได้เปิดเล่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตนเชื่อว่า พ.ต.ท.บัญชา นั้น เห็นว่าตัวเองต้องแพ้พนันและเสียเงินมาก จึงได้พยายามหยุดการชนไก่ ส่วนประเด็นที่พ.ต.ท.บัญชา กล่าวหาว่า เสี่ยเก่งนั้นได้เข้าไปทำร้ายร่างกาย ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากเสี่ยเก่งได้เข้ามาที่บ่อนไก่จริงแต่ก็เป็นเวลาหลังเกิดเหตุการณ์ วุ่ยวายแล้ว

ด้านนายวิรัช แสนสุข อายุ 42 ปี ชาวบ้านที่เข้ามาพนักชนไก่ฝ่ายตรงข้ามกับ พ.ต.ท.บัญชา เปิดเผยว่า ครั้งแรกนั้นทางตำรวจนายดังกล่าว ได้เล่นการพนันต่อไก่เป็นเงินจำนวนมากจนถึง 400,000 บาท แต่พอไก่ที่พ.ต.ท.บัญชา เล่นอยู่ในแพ้ ทาง พ.ต.ท.บัญชาได้แสดงอาการเป็นอันตพาล โดยไม่มีใครกล้าเข้าไปทำร้าย เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นความจงใจที่ไม่ต้องการจะเสียเงินพนัน

ด้านนางนิภาพร วงศ์คำสิง อายุ 44 ปี อาชีพแม่ค้าขายข้าวแกงหน้าบ่อนไก่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้มีเสียงดังขึ้นจากภายในสนามไก่ ตนจึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่ามีประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน และตะโกนว่าถูกตำรวจล้อม จากนั้นก็เห็น พ.ต.ท.บัญชา ยื่นโวยวายอยู่กลาวเวที โดยไม่มีใครเข้าไปทำอะไร พ.ต.ท.บัญชาแต่อย่างใด อีกทั้งยังเห็นว่า เมื่อมีใครเข้าไปใกล้ พ.ต.ท.บัญชา ก็จะทำเป็นแกล้งล้ม ชักดิ้นชักงอ โดยเฉพาะคนที่รู้จักกับตน ได้เล่าให้ตนฟังว่า หากหากหมดยกแล้ว พ.ต.ท.บัญชา จะต้องเสียเงินให้กับเพื่อนตนมากถึง 40,000 บาท แต่ที่พ.ต.ท.บัญชา อาละวาดนั้นเนื่องจากไม่ต้องการเสียเงิน

นายทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด อายุ 27 ปี พนักงานเก็บเงินค่าผ่านประตูสนามชนไก่ กล่าวว่า ตนเองเห็น พ.ต.ท.บัญชา เข้ามาในสนามตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น โดยไม่ทราบว่าเป็นตำรวจ และยังเห็น พ.ต.ท.บัญชา เล่นพนันชนไก่ กับเซียนพนันด้วยถึง 3 คู่ โดยได้เงินไปหลายหมื่นบาท จนกระทั้งถึงคู่ที่ 4 ซึ่งเป็นคู่ที่มีปัญหา เพราะไก่ที่ พ.ต.ท.บัญชา เล่นพนันไว้ ทำท่าจะแพ้คู่ต่อสู้และจะต้องเสียเงินนับแสนบาท จู่ๆ เขาก็เดินลงไปในสังเวียนชนไก่ และอุ้มไก่ที่กำลังตีกันขึ้นมา จึงทำให้เซียนพนันไม่พอใจจนเกิดเรื่องขึ้นมา

นายศักดิ์สิทธิ์ ช่อผกา เจ้าของสนามชนไก่ กล่าวว่า สนามชนไก่ของตนเองนั้นได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ออกให้โดยผู้ว่าราชการังหวัดปทุมธานี มีทั้งหมด 15 สังเวียน แต่วันนี้เปิดเล่นเพียงแค่ 5 สังเวียน จึงไม่ทราบว่าชายที่บอกว่าเป็นตำรวจกองปราบทำมัยต้องมาทำแบบนี้ ซึ่งตอนเกิดเรื่องตนเองไม่อยู่ แต่มีผู้ดูแลสนามโทรศัพท์ไปบอก ตนเองจึงรีบนำหนังสืออนุญาตมาแสดง เพราะถือว่าเราได้เปิดอย่างถูกต้องตามระเบียบ เท่าที่ทราบ มีการจะขอตรวจค้นอาวุธปืน แต่เมื่อตรวจก็ไม่มีใครพกปืน แล้วยังหาเรื่องว่าจะจับในข้อหาปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาในสนาม จนเซียนไก่ชนถึงกับโกรธแค้นเพราะในสนามไม่มีใครอายุต่ำกว่า 18 ปี แน่นอน แล้วก็เกิดกระทบกระทั่งกันดังกล่าว ทั้งนี้ขอยืนยันว่าสนามชนไก่แห่งนี้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จึงไม่เข้าใจว่า ชายที่ว่าเป็นตำรวจกองปราบนั้น เข้ามาเพื่ออะไรกันแน่

ด้าน พ.ต.อ.ประเวทย์ ตันสมบูรณ์ ผกก.สภ.อ.ลำลูกกา กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆไว้แล้ว รวมทั้งจะได้ตรวจสอบว่า พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย ที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้น มาที่สนามชนไก่ในฐานะอะไรแน่ มาโดยคำสั่ง หรือว่ามาในฐานะส่วนตัว ซึ่งคงต้องสอบปากคำพยานต่างๆโดยละเอียด เพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย

“การุณ”ประสานม็อบรุมอัดสห.ตาม”สุเทพ”ยึดM16

“อริสมันต์”นำ ม็อบบุกเข้ารัฐสภา อ้างถาม”สุเทพ”ใครปาระเบิดเพลิง ส.ส.ฝ่ายค้านคนดังโวยสห.ตาม”สุเทพ”พกปืนสั้น-เอ็ม16เข้าสภา ม็อบรุมยำยื้อปืนได้

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.40 น. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช.กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ชุมนุมถอยออกมาบริเวณอาคารกองรักษาการ โดย ขอความชัดเจนกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้แก๊สน้ำตา โดยระบุว่ามีการโยนแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม พร้อมกับยื่นคำขาดว่า หากไม่ได้ความชัดเจนก็จะสั่งให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม ต่อมาแกนนำกลุ่มเสื้อแดง บอกว่าเห็นแก่นายอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯ จึงยอมถอย แต่นายอริสมันต์บอกว่า แต่หากไม่ได้รับการชี้แจงเรื่องการใช้แก๊สน้ำตา ก็จะยกระดับการชุมนุมให้เข้มข้นมากขึ้น

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. นายอริสมันต์ ได้ส่งตัวแทน 4-5 คน เข้าสภาเพื่อตรวจสอบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังอยู่ที่ห้องกาแฟ ชั้น 2 ของสภาหรือไม่ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้  ทางตัวแทนเสื้อแดง จึงบอกว่าการเจรจาล้มเหลว  ขณะที่บริเวณชั้น 2  ส.ส. ยืนออกันเต็มไปหมด

“การุณ” ประสานม็อบอัดสห.ยึดM16 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.45 น. ที่บริเวณหน้าห้องโถงชั้นสอง หน้าห้องประชุมรัฐสภา ซึ่งมีบรรดาส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.พรรคเพื่อไทยยืนออกันอยู่ด้านหน้า นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ตะโกนขึ้นมาว่า”ใน เขตพระราชฐาน สารวัตรทหารไม่มีสิทธิ์พกปืน” ทำให้ทุกคนหันไปมองใครพกปืน ซึ่งนายการุณ ได้ตะโกนอีกว่า เอ็ม 16 เข้ามาในสถานที่นี้ไม่ได้

ซึ่งสารวัตรทหาร(สห.) ซึ่งเป็นผู้ขับรถนำขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นคนถือปืน นายการุณจึงตะโกนลั่น ส่วนสารวัตรทหารเดินออกไปยังด้านนอกอาคารรัฐสภา บริเวณชั้นสอง นายการุณก็ยังคงตะโกนว่า สห.มีปืน ทำให้กลุ่มการ์ดเสื้อแดงที่ อออยู่ประมาณ 10 คนรุมเข้าจับตัว และแย่งยื้อปืนกันอลหม่าน และทำร้ายร่างกาย สห.คนดังกล่าว จนยึดปืนสั้น 1 กระบอกและปืนยาว 1 กระบอกไปได้ 

ด้านตำรวจชุดปราบจลาจลที่รักษาความ ปลอดภัยอยู่ ต้องเข้าไปเจรจาขออาวุธคืน เพราะเกรงจะเกิดอันตรายเกิดขึ้น เนื่องจากปืนทั้ง 2 กระบอกบรรจุกระสุนเต็มแม็กกาซีน แต่ทางการ์ดนปช.ก็ไม่ยอม และได้ปลดเซฟและถอดกระสุนออกลำกล่อง แล้วนำกระสุนและปืนไปให้นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่อยู่บนรถปราศรัยตรงประตูรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้เข้าเจรจาด้วยตัวเองและคุมสห.คนดังกล่าวไปสอบสวนที่ห้องประธานคณะ กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ชั้นสาม อาคารรัฐสภาหนึ่ง โดยมีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมด้วย

ภายหลังการเจรจา พล.ต.ท.สัณฐาน เปิดเผยว่า จากการสอบสวน สห.นำอาวุธเข้ามายังอาคารรัฐสภา เป็นเรื่องที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ จะต้องประมวลเรื่องและส่งให้ตำรวจท้องที่ทำหน้าที่ในการดำเนินการต่อไป ส่วนสาเหตุ คือ สห.คนดังกล่าวตกใจ ผู้ชุมนุมจะเข้ามาค้นรถติดตามของนายสุเทพซึ่งมีอาวุธอยู่ในรถ ทำให้ต้องนำอาวุธมาเก็บในสภาฯ เพื่อความปลอดภัย

นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องมีการสังคยานาระบบรักษาความปลอดภัยของสภาฯครั้งใหญ่ โดยอาจต้องเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยของสภาฯและคนติดตามรัฐมนตรี ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐสภาเป็นเขตพระราชฐานจะนำอาวุธใดๆ เข้ามาไม่ได้

“ที่ผ่านมาทางสภาเองก็อะลุ้มอะล่วยให้ นำอาวุธเข้ามาไว้ในรถได้ แต่ไม่ให้นำเข้ามาในอาคารรัฐสภา ซึ่งที่จริงแล้วทำไม่ได้ ขณะที่ตำรวจสภาฯ และที่ไปทำเนียบก็ต้องปลดอาวุธทั้งหมด ดังนั้น ต่อไปนี้คงต้องมีการหารือกันถึงแนวทางที่ทำได้ เช่น อาจจะต้องให้มีการเก็บอาวุธของผู้ติดตามรัฐมนตรีไปเก็บอาวุธไว้ที่หน่วย รักษาความปลอดภัยด้านหน้าอาคารรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ หากมีความตึงเครียดแล้วเอาอาวุธมายิงใส่ ส.ส.จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อาจจะมีการปลอมตัวเข้ามาก็ได้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันเรื่องนี้อย่างเป็นกิจลักษณะอย่างเป็นทางการ” ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ กล่าว

‘สุนัย-การุณ’ตะโกนไล่นายกฯหลังโหวตผ่าน

‘สุนัย-การุณ’อารมณ์ค้าง ตะโกนไล่ด่านายกฯ หลังลงมติไม่ไว้วางใจ ขึ้น’มึง’ลั่นกลางสภา โต้ตอบกันวุ่น

ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีเสร็จสิ้น นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา

ขอให้ส.ส.ทุกคนยืนขึ้นเพื่อที่จะอ่านพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลและส.ส.ในสภาฯ ยืนด้วยความสงบนิ่ง

แต่หลังจากกล่าวจบ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ยังอารมณ์ค้างได้ตะโกนขึ้นมาว่า ‘นายกฯลาออกเถอะครับ”

ทำให้นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตะโกนสวนไปว่า “นายกฯอยู่ต่อเถอะครับ จากนั้น นายการุณ โหสกุล

ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ตะโกนกลับมาด้วยถ้อยคำรุนแรง “มึงอยู่กันต่อไปนานๆ เลย คนจะได้ตายเยอะๆ อยู่ไปเลยนายกฯ ” ทำให้มีเสียงสวนจากฝั่งรัฐบาลว่า “นายกฯจะอยู่ต่อ 2 สมัย”

ขณะที่นายกฯและนายสุเทพ ที่ยืนอยู่ด้านบนเพ่งมองด้วยความนิ่งเฉย เช่นเดียวกับ ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคนต่างเบือนหน้าหนี พร้อมมีเสียงโห่เป็นระยะ แต่ในส่วนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคน กลับหัวร่อต่อกระซิกด้วยความชอบใจ

หมอตุลย์เตรียมยื่นถอดถอน จตุพร-การุณ-อภิวันท์ พ้นส.ส. จันทร์นี้

หมอตุลย์เตรียมยื่นถอดถอน จตุพร-การุณ-อภิวันท์ พ้นส.ส. จันทร์นี้

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ในนามผู้ประสานงานกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน หรือกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวว่าขณะนี้

ทางกลุ่มได้วบรวมรายชื่อได้ 2 หมื่นรายชื่อ พร้อมไปรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือขอถอดถอน นายจตุพร พรหมพันธ์

ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย

ออกจากสภาพ โดยจะไปยื่นในวันจันทร์ที่ 31 พ.ค.นี้

และ ในวันพรุ่งนี้ 30 พ.ค. ได้เตรียมจัดกิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระ (ถวายเพล) เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทหารที่เสียชีวิต

จากเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้ญาติของทหารที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ที่บริเวณพระตำหนักเทวราชสภารมย์ ฝั่งพระราชวังพญาไทโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย

ย้อนคดีสส.นักเลง”เก่ง-การุณ โหสกุล”…จอมถีบแห่งสภา

ย้อนคดีสส.นักเลง”เก่ง-การุณ โหสกุล”…จอมถีบแห่งสภา Posted by โซ่สนิม , ผู้อ่าน : 1090 , 11:30:35 น. พิมพ์หน้านี้

อื้อฉาวและขายหน้าสภาไทยไปทั่วโลกกรณีที่นายการุณ หรือเก่ง โหสกุล สส.กทม.พรรคพลังประชาชน กระโดดเข้าถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์

และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากสาเหตุไม่พอใจที่กลุ่มพันธมิตรฯเปิดเวที่โจมตีรัฐบาลและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา”เก่ง”หรือนายการุณ โหสกุล

เคยก่อคดีและมีเรื่องอื้อฉาวมาตลอด ทั้งก่อนและหลังการเข้ามาเล่นการเมืองในนาม พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนปัจจุบัน มีทั้งเรื่องที่มีสาเหตุมาจากการเมืองหรือสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตั

ว ไม่เว้นแม้กระทั่งอดีตภรรยาที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายปี ปี 2549 “เก่ง” การุณ ตกเป็นข่าวเตะก้านคอ รปภ.ที่ดูแลโรงภาพยนตร์แอร์พอร์ต ราม่า ย่านดอนเมือง คดีนี้รปภ.ยืนยันว่า”เก่ง” การุณ

และพวก มาขอเปิดดูโรงหนัง ซึ่งปิดกิจการไปแล้ว แต่รปภ.ไม่สามารถเปิดให้ดูได้ เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการ ทำให้นายการุณไม่พอใจและโมโหมาก ถึงขั้นลงมือเตะก้านคอรปภ.ผู้โชคร้าย

หลังจากทำร้ายเสร็จ นายการุณยังขู่ว่า “เดี๋ยวกูจะกลับมาอีกครั้ง มึงไม่รู้หรือว่ากูเป็นใคร มึงจำกูได้ไหม หรือมึงไม่รู้จักกู” เมื่อ รปภ.บอกไปว่า รู้จัก และยังลงคะแนนให้ทุกครั้ง ก็ได้รับคำตอบว่า

“ต่อไปมึงไม่ต้องมาลงคะแนนให้กูอีก” หลังจากนั้นไม่นาน”เก่ง” การุณ ก็มีคดีทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาที่เป็นสก.เขตดอนเมือง ที่เคยอยู่กินกันมานาน หลังลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

พร้อมส.ข.อีกหลายสิบคน อดีตภรรยาของ “เก่ง” การุณ ให้การต่อร้อยเวร สน.ดอนเมืองว่า ระหว่างรอกระเป๋าสัมภาระ”เก่ง”มาดักรอและกวักมือให้ไปหาเข้าใจว่าจะเป็น เรื่องขอคืนดี

เพราะศาลเพิ่งจะอนุญาตให้หย่า เมื่อเดินหนี”เก่ง”ก็เดินเข้ามาจิกผมแล้วตบหน้า พร้อมขู่ว่าจะเอาน้ำกรดมาสาดให้เสียโฉม ยังไม่นับรวมเสียงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

นอกจากนี้ยังมีคดีหัวคะแนนผู้สมัคร ส.ก.เขตดอนเมือง พรรคชาติไทย แจ้งตำรวจถูก”เก่ง” การุณ กับพวก10 คน ทำร้ายร่างกาย ขณะไปตรวจหน่วยเลือกตั้ง 12 ซึ่งตั้งอยู่ใน

ร.ร.ประชาอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง ที่ฮือฮาเป็นข่าวใหญ่โตอีกคดีหนึ่งคือ คดี”เก่ง การุณ” เข้าไปเคลียร์ปัญหาที่รองผู้กำกับการกองปราบปรามไปจับกุมบ่อนไก่ที่ปทุมธานี

คดีนี้ตำรวจอ้าง”เก่ง” การุณ ใช้ศีรษะโขกจนโหนกแก้มบวม เมื่อตำรวจนำคู่กรณีทั้งสองมาสอบปากคำต่อหน้า พ.ต.อ.ประเวทย์ ตันสมบูรณ์ ผกก.สภ.ลำลูกกา “เก่ง” การุณ

ยังตบหน้าคู่กรณีต่อหน้าต่อตา พ.ต.อ.ประเวทย์ เฉยเลย เรื่องอือฉาวอีกเรื่องคือกรณีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพิกถอนปริญญาบัตร”เก่ง” การุณ

จนทำให้”เก่ง”ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.เขตดอนเมือง พรรคไทยรักไทย ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2540 ที่บังคับในขณะนั้น เหตุการณ์”เก่ง” การุณ โดดถีบนายสมเกียรติครั้งนี้

คงไม่เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับสส.นักเลงผู้นี้ แต่จะมีครั้งต่อๆไปอีกแน่ ไม่เชื่อคอยดูแล้วกัน

เก่ง-การุณ ยั้วท้า เทพไท ต่อยกันตัวต่อตัว

เก่ง การุณ เอาอีก ท้า เทพไท ขึ้นชกตัวต่อตัว จัดไฟลท์การกุศลหาทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาส บอกเก่งแต่กับ แม้ว ที่อยู่ไกล

นาย การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. กล่าวถึงการจัดงานวัดเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค. ว่า ขอฝากไปยัง นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาวิจารณ์การจัดงานวัดเกิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ

โดยเฉพาะที่นาย เทพไทระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรจัดงานวัดเกิดที่วัดแก้วฟ้า แต่ควรจัดที่วัดสังเวชวิศยารามนั้น ขอฝากไปยังนายเทพไทว่า นายเทพไทเป็นโฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แต่กลับมีวุฒิภาวะแค่นี้

ซึ่ง การออกมาพูดเชิงเหน็บแนมโดยอ้างชื่อวัดสังเวชฯในเชิงลบนั้น สะท้อนว่านายเทพไทไม่ความรู้ ประวัติศาตร์ ที่ว่า วัดสังเวชฯเป็นวัดเก่าแก่

และ มีความหมายว่า แหล่งรวมวิชา จึงเห็นว่านายเทพไทควรรีบออกมาแสดงความรับผิดชอบคำพูดและรีบไปหาซื้อยาสีฟัน วิเศษนิยมมาใช้ ก่อนที่จะได้รับฉายาว่าโทรโข่งปากเน่า

นาย เทพไทมักจะทำปากดี เก่งกับคนที่อยู่ไกลอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งที่ผ่านมานายเทพไทจะออกมาโจมตีกล่าวร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณแทบจะทุกเรื่อง

ทั้ง ที่ควรทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า? วันนี้ผมจึงขอท้าให้นายเทพไทมาเก่งกับคนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างผม ส.ส.เก่ง การุณ บ้าง นี่ผมพูดจริงนะ

ขอฝากไปยังนายเทพไทและ พรรคประชาธิปัตย์เลยก็ได้ให้มาสู้กันตัวต่อตัวเลยไม่ เกี่ยงส่วนสูง น้ำหนัก ขอให้จัดเป็นทางการเป็น มวยไฟลท์การกุศลในเร็วๆนี้เลยก็ได้ ใครชกชนะ ก็เอาเงินไปบริจาคให้เป็นทุนการศึกษาเด็กยากจนด้อยโอกาส

ตรงนี้นายเทพไทจะได้เอาตัวไปทำประโยชน์กว่าที่เป็นอยู่ ถ้านายเทพไทไม่กล้ารับนัดก็แสดงว่า กลัวผมจะถูกผมเตะ” นายการุณกล่าว

จำคุก เก่ง 1เดือนปรับ2พันบ.โดดถีบ สมเกียรติ

จำคุก เก่ง 1เดือนปรับ2พันบ.โดดถีบ สมเกียรติ

 

ศาลสั่งจำคุก เก่ง การุณ 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท คดีโดดถีบด่า สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กลางห้องอาหารรัฐสภา แต่ศาลปรานีโทษรอลงอาญา 2 ปี

ศาลดุสิต ถ.บรมราชชนนี-ศาล อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการศาลแขวง และ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สส. สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เสียหายซึ่งถูกนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ทำร้ายร่างกาย ร่วมเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายการุณ หรือ เก่ง โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และดูหมิ่นซึ่งหน้า

โดยคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.51 ที่อาคารรัฐสภาได้มีการจัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งในการประชุมช่วงหนึ่งได้หยิบยก เอาเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาอภิปราย โดยนายสมเกียรติ โจทก์ร่วม เมื่อใช้สิทธิอภิปรายจนเสร็จสิ้นแล้ว เดินออกจากห้องประชุมไปพบกับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ห้องอาหาร อาคารรัฐสภา โดยมีการพูดจาทักทายจับมือกัน ขณะที่จำเลย เดินเข้ามา พร้อมกับตะโกนต่อว่าอย่างรุนแรง ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และใช้กำลังทำร้ายร่างกาย จนโจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จำเลยให้การปฎิเสธทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดี

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน แล้วมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพยานเบิกความว่า ขณะที่โจทก์ร่วม เข้ามาพบนายนิพนธ์ แล้ว จำเลยเดินตามมาตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย อาทิ ” ไอ้เหี้ยมึงจะเอาไงกับกู” และถ้อยคำหยาบคายอื่นๆ พร้อมกับใช้เท้าขวา ถีบเข้าที่ท้องน้อย และ ชกต่อยเข้าที่ใบหน้าโจทก์ร่วม จนนายนิพนธ์ ต้องใช้มือกันเอาตัวจำเลยออกไปจากที่เกิดเหตุ ไปติดผนังตู้แอร์ ห่างไปประมาณ 3-4 เมตร แต่จำเลยยังตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเพื่อน ส.ส.ของจำเลยต้องเข้ามาห้ามปราม และนำตัวออกไปจากห้องอาหาร โจทก์ร่วมเข้าแจ้งความและเข้ารับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ระบุว่า โจทก์ร่วมถูกทำร้ายจริง พร้อมกันนี้รัฐสภาก็ยังตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาเป็นประธาน และมี ส.ส.พรรคของจำเลยและพรรคร่วมรัฐบาล เป็นกรรมการ สรุปผลสอบว่า มีการทำร้ายร่างกายและมีการด่าทอกัน แต่ไม่ระบุชื่อจำเลยเป็นผู้กระทำ

ศาลพิจาณาแล้วเห็นว่า ผลสอบดังกล่าว เป็นการตั้งประเด็นว่ามีการทำร้ายโจทก์ร่วมหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการทำร้ายโจทก์ร่วมคงไม่มีการตั้งกรรมการขึ้นมา จึงฟังได้ว่าผลสอบดังกล่าวเป็นกรณีเดียวกันกับการทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม จากพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวเชื่อได้ว่า จำเลยติดตามโจทก์ร่วมไปที่ห้องอาหารและได้ทำร้ายร่างกาย โจทก์ร่วม อันเป็นความผิดฐานทำร้ายผู้อื่น แต่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ส่วนที่จำเลยตะโกนด่าทอโจทก์ร่วม จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ข้ออ้างของจำเลยที่อ้างว่าจะเดินไปสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการอภิปรายนั้น เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้

พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท ฐานทำร้ายร่างกายและปรับ 10,000 บาท ฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า อย่างไรก็ดีศาลเห็นว่าแม้จำเลยจะเคยกระทำผิดมาแล้วหลายคดี แต่ยังไม่มีคดีใดที่ถูกลงโทษจำคุก ดังนั้นโทษจำคุกจึงให้รอลงอาญากำหนด 2 ปี

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายการุณ กล่าวว่า ตนเคารพในกติกาสังคมและจะไม่ยื่นอุทธรณ์คดี เพราะถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเสียเวลา คดีนี้เรารู้ในใจกันดี ระหว่างนายสมเกียรติกับตนว่าอะไรเกิดขึ้น ก่อนฟังคำพิพากษาก็ได้มีการยกไหว้ทักทายกันแล้ว แต่จะจำคุก เก่ง 1เดือนปรับ2พันบ.โดดถีบ สมเกียรติ

ให้ขอโทษคงไม่ขอโทษ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระ ปกติก็พบปะทักทายกันหลายครั้ง

 

ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือโทษะโมโห แต่เป็นความตั้งใจของตนตั้งแต่แรกแล้ว

ขณะที่นายสมเกียรติ กล่าวว่า เชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ที่มีทั้งผลการตรวจร่างกายและผลสอบของคณะกรรมการรัฐสภา คำพิพากษาคดีนี้ สื่อถึงการทำหน้าที่ ส.ส. ที่เป็นการดูหมิ่นและทำร้ายร่างกายเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์ของทั้งสองฝ่าย เพราะคดีนี้ตนไม่ได้จะมุ่งหมายให้มีการลงโทษ แต่ต้องการสร้างบรรทัดฐานให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน เรียกตัวเองว่าผู้ทรงเกียรติในสภา แต่มีพฤติการณ์ลักษณะนี้ จะกระทบต่อความเชื่อถือของประชาชน ผู้ที่เป็น ส.ส.ต้อง ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนมิใช่ปกป้องผลประโยชน์ของนักโทษเพียงคน เดียว

“อยากฝากกระตุ้นเตือนวิปรัฐบาลว่า ควรจะรีบนำประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และ ส.ว.มาพิจารณา ให้เสร็จสิ้น ในการเปิดประชุมสภาครั้งหน้า” นายสมกียรติ กล่าว

นายสมกียรติ ยังกล่าวอีกว่า ตนได้บอกนายการุน และทนายความแล้วว่า ที่ต้องนำคดีเข้าสู่ศาลไม่ได้มุ่งหมายเป็นอย่างอื่น อยากให้ ส.ส.เป็นแบบอย่างให้กับสังคม ทำตัวให้เหมาะสมกับการขอขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้ แต่นายการุณ ไม่ได้กล่าวขอโทษ เพียงแต่บอกสั้นๆว่า ” ไม่เป็นไรครับ” อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการต่อสู้คดีนี้ มาเกือบ 2 ปี มีความคุ้มค่า

ส.ส.ฉาวกลางสภา! เก่ง การุณ โดดถีบ สมเกียรติ

ส.ส.ฉาวกลางสภา! เก่ง การุณ โดดถีบ สมเกียรติ
โดย ไทยรัฐ วัน พฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551 00:00 น.
ส.ส.ฉาวกลางสภา! เก่ง การุณ โดดถีบ สมเกียรติ ส.ส.ฉาวกลางสภา! เก่ง การุณ โดดถีบ สมเกียรติ

ฉุนถูกพูดท้าทายปล่อยคำผรุสวาท ส.ส.ปชป.โดดห้ามจ้าละหวั่น เจอคำด่าสวน มึงมายุ่งอะไรด้วย สภาตั้งกรรมการสอบสวนทันที การุณตีหน้าเศร้าโอดครวญเป็นน้องใหม่ไม่ชินเกมการเมือง อ้างซักถามด้วยคำสุภาพ แต่ถูกผลักอก สมเกียรติ โร่แจ้งความ ดำเนินคดีทันที 2 ข้อหา

เก่ง การุณ โดดถีบ สมเกียรติ กลางสภาจาก เหตุการณ์ที่บรรยากาศการเมืองคุกรุ่นตลอดจนมี ส.ส.ไปร่วมกับกลุ่มการเมืองนอกสภา ทำให้ความ ขัดแย้งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้เกิดเหตุการณ์สุดสลด เมื่อ ส.ส.ต่างพรรคได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายกลางรัฐสภา

พปช.หารือสภากลุ่มพันธมิตรด่า ส.ส.

เมื่อ วันที่ 2 เม.ย. เวลาประมาณ 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นพ. ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ได้ขอหารือในที่ประชุมกรณีที่สถานศึกษาเปิดให้กลุ่มการเมืองใช้สถานที่ในการ โจมตีรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอใช้สถานที่ในการเสวนา แต่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ ด่า ครม. และ ส.ส.ทั้งสภา ถือเป็นการกระทำที่ถ่อยมาก กระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องเข้ามาดูแลว่า อธิการบดีคนไหนไม่เป็นกลางทางการเมือง ควรต้องเข้ามาดู เข้ามาดำเนินการ เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่ให้สถานีโทรทัศน์ออกรายการโจมตีคนอื่นด้วยถ้อย คำหยาบคาย ขณะที่ศาลปกครองก็ให้ความคุ้มครองชั่วคราวคนกลุ่มนี้ เหมือนให้ความคุ้มครองอย่างถาวร มีการนำงิ้วการเมืองมาเล่น ด่า ส.ส.ทั้งสภาว่าเอี้ย อย่างนี้น่าจะเปลี่ยนเป็นงิ้วของนายสนธิได้แล้ว ถ้าหากคนกลุ่มนี้ อยากจะเล่นการเมือง ให้ไปตั้งพรรค และให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหน้าพรรค นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค นายสมเกียรติ เป็นเลขาธิการพรรค ถ้าอยู่พรรคปัจจุบันไม่มีความสุข

สมเกียรติ ท้าทายพบกันที่ไหนก็ได้

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายประสิทธิ์กล่าวจบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ลุกขึ้นขอให้ นพ. ประสิทธิ์ถอนคำพูด โดยอ้างว่าไปกล่าวหาว่านักศึกษาถ่อย ซึ่ง นพ.ประสิทธิ์ก็ยอมถอนคำพูด แต่ยังท้าทายกลุ่มพันธมิตรให้ไปตั้งพรรคการเมืองมาแข่งกัน และขอให้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อบรมสมาชิกพรรคด้วย ที่ไปด่า ส.ส. 480 คนว่า ส.ส.สระเอีย ขณะที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงว่า การเคลื่อนไหวมีเป้าหมายชัดเจนในตัวบุคคลคนเดียวที่เห็นว่าทำผิด หาก ส.ส.คนไหนเห็นว่าตนทำผิดรัฐธรรมนูญ ขอให้เข้าชื่อถอดถอนได้ตามมาตรา 170 ทั้งนี้ ตนจะไม่ใช้สิทธิประท้วง เพราะไม่สนใจ และไม่สนใจกับคนพวกนี้อยู่แล้ว มั่นใจว่าตนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำผิด ดังนั้น ขอร้องอย่าใช้ช่องทางนี้มากระแนะกระแหนตน เจอกันข้างนอกได้ จะพบผมที่ไหนก็ได้

ประธานขอให้จบในห้องประชุม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมอยู่ ได้ตัดบทว่า สภาแห่งนี้เป็นสถานที่ทรงเกียรติ ควรมีน้ำใจนักกีฬา ควรให้จบในห้อง ไม่ควรให้เลยไปนอกห้อง และได้ตัดบทให้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมทันที หลังจากนั้น นายสมเกียรติได้เดินออกจากห้องประชุม เพื่อมาสมทบกับเพื่อน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน ที่ห้องอาหารชั้น 2 ด้านข้างห้องประชุมสภา

การุณ ยัวะโดดถีบ สมเกียรติ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติยังไม่ทันพูดคุยกับเพื่อน ส.ส. ปรากฏว่านายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน ได้เดินปรี่เข้ามาหานายสมเกียรติด้วยอาการโกรธ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่นว่า “ไหนๆไอ้สัตว์ที่ไหนที่มันท้าในห้องประชุม” และด่ากราดเป็นชุดด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นนายการุณได้ยกเท้าโดดถีบเข้าด้านข้างลำตัวนายสมเกียรติ พร้อมเงื้อมหมัดจะชกหน้านายสมเกียรติ ปรากฏว่านายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ใช้ มือค้ำคอนายการุณที่ช่วงแขนสั้นกว่า แล้วผลักนายการุณเข้าติดกำแพง แต่นายการุณพยายามดิ้นให้หลุดมือของนายนิพนธ์เพื่อเข้ามาซ้ำ

ในขณะ นั้นนายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีกหลายคน ได้พยายามที่จะเข้ามาห้าม แต่ถูกนายการุณใช้ท่อนแขนปัด พร้อมด่าว่า “มึงมายุ่งอะไรด้วย” ในช่วงนี้คนติดตามของนายการุณได้ดึงตัวออกไปนอกห้อง แต่แค่ชั่วครู่เดียวนายการุณก็เดินปรี่เข้าไปหาเรื่องนายสมเกียรติอีก ทำให้ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ต้องเดินเข้ามาล็อกคอนายการุณเข้าห้องประชุมวิปรัฐบาลที่อยู่บริเวณชั้น 2 ใกล้ๆกับห้องประชุมห้องอาหารเพื่อระงับสติอารมณ์ หลังจากนายการุณ ถูกนายชัยล็อกคอเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ห้องประชุมวิปรัฐบาลประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนายการุณได้เดินออกจากห้องอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว แม้ผู้สื่อข่าวได้พยายามตะโกนสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายการุณไม่ตอบ

สมเกียรติ แจ้นแจ้งหัวหน้าพรรคทันที

ด้าน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับว่าถูกนายการุณ ถีบจริง พร้อมกล่าวหาด้วยวาจาไม่สุภาพกว่า 50 ประโยค แต่ไม่ได้ตอบโต้ เพราะอยากให้สังคมตัดสิน และคิดว่า ส.ส.ในสภามีจริยธรรมขั้นพื้นฐาน ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุเกิดจากที่ได้ไปพูดท้าทาย ส.ส.พรรคพลังประชาชน นายสมเกียรติตอบว่า ไม่เคยท้าทาย ทั้งนี้ระหว่างที่นายสมเกียรติให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอยู่ ได้มี ส.ส.พรรคพลังประชาชนหลายคน อาทิ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ส.ส.สัดส่วน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ได้ตะโกนประสานเสียงตอบโต้กลับมาทันทีว่า “สมเกียรติท้าทายๆ” จากนั้นนายสมเกียรติเดินขึ้นไปห้องผู้นำฝ่ายค้าน ที่บริเวณชั้น 3 เพื่อรายงานเรื่องดังกล่าวต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ปชป.แฉพฤติกรรม การุณ

นาย นิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ชกต่อยกันระหว่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กับนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชนว่า ขณะที่เกิดเหตุตนนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ห้องรับประทานอาหารชั้น 2 ของรัฐสภา ที่อยู่บริเวณข้างห้องประชุม ขณะนั้นนายสมเกียรติได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อมาพูดคุยอะไรสักอย่างกับ พวกตน แต่ยังไม่ทันได้พูดจาอะไรกัน นายการุณเดินเข้ามาเสียก่อน พร้อมชี้หน้าด่านายสมเกียรติและพวกตนด้วยถ้อยคำผรุสวาทมากมาย อาทิ “ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ เมื่อกี้ในสภามึงท้ากูใช่ไหม” หลังจากนั้นนายการุณก็ทำท่าว่าจะชกพวกตน จึงลุกขึ้นเอามือค้ำคอนายการุณไว้แล้วดันไปติดฝาผนัง เนื่องจากช่วงแขนยาวกว่า นายการุณจึงพยายามเอาเท้ายันเพื่อที่จะหลุดจากมือตนให้ได้ ตนจึงบอกไปว่าให้ใจเย็นๆ เพราะที่นี่เป็นรัฐสภา การกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม

นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า จากนั้นนายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เดินเข้ามาห้ามนายการุณอีกคน โดยบอกว่าให้ใจเย็นๆ ออกไปจากที่ตรงนี้ก่อนดีกว่า ซึ่งนายการุณก็หันไปด่านายโกวิทย์ รวมทั้งฟาดมือไปมาจนเฉียดหน้านายโกวิทย์ไปหนึ่งครั้ง จนในที่สุด อดีต ส.ก.กลุ่มของนายการุณต้องมาพาตัวนายการุณออกจากห้องรับประทานอาหารไป อย่างไรก็ตาม จากนั้นไม่นานนายการุณได้เดินกลับมายังห้องรับประทานอาหารอีกครั้ง โดยยังด่าด้วยถ้อยคำผรุสวาทอยู่ตลอดเวลา จนนายชัย ชิดชอบ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ต้องมาพาตัวนายการุณไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องวิปรัฐบาล

พปช.อ้าง สมเกียรติ พูดท้าทายเอง

ด้าน นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ส.ส.สัดส่วน รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค ตนนั่งอยู่ในที่ประชุมด้วยเห็นนายสมเกียรติไปท้าทาย ส.ส.พรรคพลังประชาชนเอง ส.ส.ของพรรคหลายคนมีความไม่พอใจนายสมเกียรติที่พูดอย่างนี้ นายการุณคงมีความไม่พอใจเช่นเดียวกัน จนระงับอารมณ์ไม่อยู่

ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ได้อยู่ในช่วงที่นายการุณเล่าเหตุการณ์ให้นายชัยฟัง ทุกคนไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เดิม ส.ส.ของพรรคจะขอหารือกับประธานในเรื่องการประชุมเกี่ยวกับที่นายสมเกียรติจะ ใช้คำพูดไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ที่มีการท้าต่อยนอกสภาอย่างไม่มีเหตุผล และ ส.ส.ของพรรคทุกคนก็มีความรู้สึกในเรื่องนี้ ซึ่งนายการุณอาจโดนยั่วยุเป็นการส่วนตัว จึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ อย่างไรตาม ก็ขอดูข้อเท็จจริงว่าใครลงมือก่อน “โดนยั่วยุ ท้าทายในสภา ทุกคนก็มีอารมณ์ทุกคน ผมก็ไม่พอใจเหมือนกัน ส่วนจะส่งผลต่อภาพพจน์ของพรรคหรือไม่นั้น ต้องไปดูที่เหตุก่อน แต่เชื่อว่าพรรคไม่มีผลกระทบอะไร” นายสุทินกล่าวย้ำ

ให้ สมเกียรติ แจ้งความดำเนินคดี

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประชุมเพื่อรับทราบถึงพฤติกรรมของนายการุณ ภายหลังการใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานกรรมการคณะประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่ก่อเหตุมีเจตนาคุกคาม ทำร้ายนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ โดยที่นายสมเกียรติ ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ แต่นายการุณกลับเดินเข้ามาจะทำร้ายนายสมเกียรติอีกครั้งหลังจากถูกแยกตัวออก ไปถือเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีการเตรียมการกันไว้ โดยกลุ่มคนที่ไม่พอใจนายสมเกียรติ น่าจะมีส่วนรู้เห็นทำให้เกิดเหตุขึ้น ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงมีมติมอบหมายให้นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นทนายความ พานายสมเกียรติเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายการุณ ข้อหาทำร้ายร่างกายและหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดุสิต ในเย็นวันเดียวกันนี้ เพราะไม่ใช่การทะเลาะของคนเพียงสองคน แต่มีเจตนาคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.

สมเกียรติ ขู่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน นายสมเกียรติแถลงยืนยันว่า จะขอดำเนินคดีต่อนายการุณจนถึงที่สุด เพราะการที่ตนบอกให้มาเจอกันนอกห้องประชุม เพราะต้องการให้มานั่งคุยกันไม่ได้ต้องการท้าตีท้าต่อย เพราะที่ผ่านมาตนมักถูก ส.ส. พรรคพลังประชาชน กระแนะกระแหนถึงการเป็นแกนนำพันธมิตรฯอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่นายการุณ บอกว่าไม่ได้ทำร้ายตนนั้น ตนถือว่าสรรพสิ่งในโลกมีสองอย่างคือ การพูดจริงและพูดเท็จ เมื่อถามว่า ถ้าผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชาชนขอไกล่เกลี่ยให้ยอมความจะทำอย่างไร นายสมเกียรติกล่าวเลี่ยงว่า ยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น ขอให้กระบวนการดำเนินคดีดำเนินการไปก่อน

ประธานสภาตั้งกรรมการสอบ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดรายการถีบกันในสภาแล้ว ในช่วงเย็น วันเดียวกัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้ามาหารือกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เหตุผลว่า กระทบต่อภาพพจน์ของสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพยานถึง 4 คน ที่เห็นเหตุการณ์การพูดกระทบในสภาฯถือเป็นเรื่องปกติ แต่การไปทำร้ายร่างกาย ส.ส.ข้างนอกถือว่าไม่สมควร ซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแจ้งว่าเรื่องนี้ต้องเป็นกรณีตัวอย่างที่จะ ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ขณะที่สภาฯเองก็มีข้อบังคับทางจริยธรรมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามประธานที่ประชุมพยายามที่จะตัดบทไม่อนุญาตให้มีการอภิปรายต่อไป อีก แต่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน ขอชี้แจงว่าตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับนายสมเกียรติเป็นการส่วนตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วจะเดินไปรับประทานอาหาร แต่ห้องดังกล่าวมี ส.ส.ประชาธิปัตย์นั่งอยู่มากกว่า 99%

การุณโอดน้องใหม่ไม่ทันเกม

“ผม เป็น ส.ส.น้องใหม่ไม่ชินกับเกมส์การเมือง เมื่อผมเห็นท่านอาจารย์สมเกียรติ ผมจึงเดินเข้าไปถามว่า อาจารย์ครับท่านพูดอย่างนั้น หมายความว่าอย่างไรครับ อาจารย์สมเกียรติก็หันมาและผลักอกถามว่า คุณเป็นใครผมไม่รู้จัก” นายการุณกล่าวด้วยสีหน้าละห้อยและว่าห้องนั้นมีแต่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ก็มาบอกว่า ไอ้น้องใจเย็น แล้วก็กรูเข้ามาผลักอกตนอยู่คนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายการุณชี้แจงปรากฏว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งเสียงโห่ร้องพร้อมตะโกนว่าโกหก ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ลุกขึ้นประท้วงว่านายการุณพูดไม่จริง ไม่มีการพูดเลยว่าอาจารย์ครับ มีแต่คำด่าออกมาเป็นชุดๆ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดที่ประชุมเห็นชอบให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว โดยมี พ.อ.อภิวันท์ เป็นประธานกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ระบุว่า จะให้ความเป็นธรรม อะไรผิดก็ต้องว่าไปตามผิด อะไรถูกก็ต้องว่าไปตามถูก

แจ้งความ สน.ดุสิตเอาผิด 2 ข้อหา

ต่อ มาเมื่อเวลา 19.00 น. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต และ พ.ต.ต.ทัชวัฒน์ สายโยธา พงส. (สบ 2) สน.ดุสิต ให้ ดำเนินคดีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน ในข้อหาทำร้ายร่างกายและดูหมิ่นซึ่งหน้า นายสมเกียรติ ให้การว่า หลังจากขึ้นอภิปรายในสภาเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 15.00 น. ได้เดินเข้าไปในห้องอาหารร่วมโต๊ะกับ ส.ส.พรรคเดียวกัน มีนายนิพนธ์ บุญญามณี ดร.พีรยศ ราฮิมมูลา และนางรัชฎาภรณ์ แก้วสมิท ขณะนายนิพนธ์ เดินเข้ามาขอจับมือพร้อมกับชื่นชมว่าอภิปรายได้ดี ไม่ทันขาดคำมี ส.ส.ผู้หนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่านายการุณ โหสกุล เดินเข้ามาจากทางด้านข้างแล้วตะโกนขึ้นมาว่า “ไอ้เหี้…สมเกียรติ มึงจะเอาอะไร” พร้อมกับยกเท้าถีบเข้าที่ท้องน้อยด้านขวา ขณะที่ตนยืนขึ้นจับมือกับนายนิพนธ์ ท่ามกลาง ส.ส.ที่อยู่ในห้องอาหารหลายสิบคน นายการุณยังพยายามเข้ามาชกซ้ำ แต่นายนิพนธ์ดึงมือเอาไว้แล้วผลักนายการุณออกไป ตนมาแจ้งความครั้งนี้ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่และวุฒิภาวะของ ส.ส. รวมทั้งเหตุเกิดในสภาอันทรงเกียรติ

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า หลังจากสอบปากคำนายสมเกียรติแล้วจะได้แจ้งข้อหากับนายการุณ 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกาย และดูหมิ่นซึ่งหน้า แล้วส่งตัวนายสมเกียรติ ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่วชิระพยาบาลและรอผลแพทย์ว่า บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้อยู่ในสมัยประชุมสภา แต่พนักงานสอบสวนจะทำเรื่องไปยัง บช.น.ผ่าน ตร.ให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง พิจารณาส่งหนังสือไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าสามารถส่งตัวนายการุณ มาพบพนักงานสอบสวนได้หรือไม่

ประวัติ การุณ ระทึกสุดโชกโชน

สำหรับ ประวัติของนายการุณ ซึ่งมีชื่อเล่นว่าเก่ง โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชนนั้น ต้นเดือนมีนาคม ปี 48 นายการุณถูกกล่าวหาว่าทำร้ายนางสมศรี ด่าน หนึ่งในทีมงานของพรรคชาติไทย คู่แข่งในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ก.ที่นางรัชดาวรรณ โหสกุล ภรรยานายการุณ ลงสมัครในนามของพรรคไทยรักไทย ราวเดือน มิ.ย.ปีเดียวกัน นายการุณยังมีคดีทำร้ายอดีตภรรยาตนเอง ขณะนางรัชดาวรรณ เกตุสะอาด อายุ 24 ปี ส.ก.เขตดอนเมือง ที่กลายเป็นอดีตภรรยานายการุณ พร้อมคณะเพิ่งกลับจากดูงานต่างประเทศ ระหว่างรอรับกระเป๋าเดินทางที่อาคาร 1 นายการุณพร้อมพวกอีก 2 คน เข้าไปหานางรัชดาวรรณ เพื่อให้นางรัชดาวรรณกลับบ้าน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งให้นางรัชดาวรรณกับนายการุณ หย่าขาดกันตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นางรัชดาวรรณจึงไม่สนใจ ทำให้นายการุณโกรธมาก ตรงเข้าจิกผมนางรัชดาวรรณแล้วตบหน้า ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ด้วยความตกใจกลัว นางรัชดาวรรณจึงรีบเดินหนี แต่นายการุณยังเดินตามและพยายามฉุดกระชาก กระทั่งไปถึงศูนย์รักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ที่มีตำรวจและทหารประจำอยู่ นายการุณจึงเดินหนีไป

ในปีเดียวกัน ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของนายการุณ โหสกุล จากพรรคไทยรักไทย เพราะมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประกาศยกเลิกใบปริญญาบัตรของผู้สมัครฯ ที่ ผอ.กกต.กทม. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีการะบุว่า กกต.เขต 14 ตรวจพบว่าคุณสมบัติของนายการุณไม่ถูกต้องด้วย พ.ร.บ.เลือกตั้ง เนื่องจากนายการุณใช้เอกสารแสดงวุฒิการศึกษาอื่นๆ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเลือกตั้ง

ชกต่อยทำร้ายร่างกาย รปภ.-รอง ผกก.

ต่อ มาต้นเดือน ส.ค. ปี 2549 นายเจริญ สารไทสง อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ รปภ.บริษัท อุดมสุข จำกัด เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่าถูกนายการุณ โหสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย และอดีต ส.ก.เขตดอนเมืองในขณะนั้นกับพวก ทำร้ายร่างกายเตะเข้าที่บริเวณกกหูซ้าย 2 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บ และพูดจาข่มขู่จะทำร้ายอีก

นอกจากนี้เมื่อวัน ที่ 26 ส.ค. 50 นายการุณหรือเก่ง โหสกุล ยังตกเป็นผู้ต้องหาทำร้าย พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย รอง ผกก. 2 บก.ป. ขณะเข้าไปสืบสวนหาข่าวการเล่นพนันไก่ชน ในสนามชนไก่คลอง 5 หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จนใต้ตาแตก กระทั่งถูกแจ้งความดำเนินคดีถึง 4 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน แต่นายการุณรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาที่ศาลธัญบุรี